เทคนิคเพิ่มยอดขายโฆษณา ​Facebook Ads

หลังจากที่เราเพิ่มเงื่อนไข INTEREST ได้แล้ว เรามาเรียนรู้เทคนิคเพิ่มประสิทธิภาพโฆษณาบนเฟสบุ๊คที่ 2 กัน เป็นเทคนิคการตัดกลุ่มคนที่คาดว่าไม่ใช่ลูกค้าของเราออกไปเพื่อที่จะไม่ให้โฆษณาของเราไปถึงกลุ่มคนที่เราไม่ต้องการให้โฆษณาไปถึง โฆษณาเฟสบุ๊คจะได้ไปขึ้นเฉพาะ INTEREST กลุ่มลูกค้าที่สนใจสินค้าของเราจริงๆครับ


ผมขอยกตัวอย่างใหม่เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นนะครับ


สมมุติว่าเป็น “แม่ค้าออนไลน์ ขายครีมสไตล์เกาหลีราคาไม่แพง” ปัจจุบันแม่ค้าคนนี้ ทำโฆษณาเฟสบุ๊ค ใช้ความสนใจ INTEREST “เครื่องสำอาง ^ ประเทศเกาหลีใต้”

การเข้าถึงที่เป็นไปได้เทคนิคกลุ่มเป้าหมายโฆษณา Core Audience

ผมคิดว่า การเข้าถึงที่เป็นไปได้ INTEREST กลุ่มนี้ยังค่อนข้างใหญ่ ดังนั้นผมจึงแนะนำให้ตัดกลุ่มคนที่ไม่ใช่ลูกค้าของเราออก ในกรณีสินค้าของแม่ค้าคนนี้ “ครีมสไตล์เกาหลีราคาไม่แพง” ผมมีความเชื่อว่ากลุ่มคนที่มีความชอบชื่อแบรนด์เครื่องสำอางค์ดังอยู่แล้วไม่น่าจะชอบสินค้าของเรา ผมจึงแนะนำให้ตัดกลุ่มลูกค้าที่ชอบแบรนด์เครื่องสำอางค์ออก ได้แก่ แบรนด์ MAC, NARS, Bobbi Brown, Lancome, La Mer, Urban Decay กลุ่มลูกค้า INTEREST ที่เราทำโฆษณาบนเฟสบุ๊คจะเล็กลงและตรงกลุ่มมากขึ้นตามภาพ

เทคนิคกลุ่มเป้าหมายโฆษณา Core Audience
การตั้งกลุ่มเป้าหมายโฆษณา Core Audience

จะเห็นได้ว่าการเข้าถึงที่เป็นไปได้ของ INTEREST กลุ่มนี้เหลือ 1,200,000 คน ซึ่งเป็นขนาดที่กำลังเหมาะสมต่อการทำโฆษณาบนเฟสบุ๊คครับ


เพียงแค่ปรับใช้เทคนิค “การตัดกลุ่มลูกค้าที่ไม่ใช่ออก” เพียงเท่านี้เราก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพโฆษณาบนเฟสบุ๊คให้มีความแม่นยำมาขึ้น เพราะกลุ่มคนที่คาดว่าไม่ใช่ลูกค้าของเราจะไม่เห็นโฆษณาอย่างแน่นอน ช่วยทำให้เราประหยัดค่าโฆษณา เพิ่มประสิทธิภาพโฆษณา และเป็นเทคนิคเพิ่มยอดขายง่ายๆ ที่ปรับใช้ได้ทันทีครับ


ทั้งนี้เราจำเป็นต้องเช็คว่า ชุดโฆษณากลุ่มใหม่ที่เราทำหลังการปรับใช้เทคนิคต่างๆเข้าไปนั้นดีกว่าชุดโฆษณาก่อนปรับใช้เทคนิคหรือไม่ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากลุ่ม INTEREST ที่เราใช้นั้นเรามาถูกทางแล้วหรือยัง? เราจะได้มั่นใจได้ว่าหากเราเพิ่มเงินโฆษณาเข้าไป เราสามารถเพิ่มยอดขายได้ และคุ้มค่ากับเงินโฆษณาที่เราลงทุนเพิ่มไปครับ


เพราะฉะนั้นเรื่องการเปรียบเทียบชุดโฆษณา AD SET เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด ที่นักโฆษณาบนเฟสบุ๊คทุกท่านจำเป็นจะต้องรู้