ทำไมเราถึงจำเป็นต้องใช้

CBO : Campaign Budget Optimization

Facebook จะช่วยปรับการกระจายงบประมาณโฆษณาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยอัตโนมัติ โดย Facebook จะช่วยกระจายงบประมาณโฆษณาของเราไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เกิด Conversion สูงสุด ทำให้การใช้งบประมาณโฆษณา Facebook มีประสิทธิภาพสูงสุด และช่วยเราเพิ่ม Conversion และยอดขายได้ ในขณะที่ลงทุนโฆษณาในงบประมาณเท่าเดิม

CBO : Campaign Budget Optimization คืออะไร

CBO : Campaign Budget Optimization หรือการปรับให้เหมาะสมกับงบประมาณแคมเปญ คือวิธีการกำหนดงบประมาณโฆษณาที่ Campaign Level แทนที่เราจะกำหนดงบโฆษณาที่ Ad Set Level ตามที่เราเคยทำตามปกติ

ยกตัวอย่าง A : Campaign ที่ไม่ได้ใช้

CBO : Campaign Budget Optimization

ในกรณีนี้เราลงงบโฆษณาไปยัง 3 กลุ่มเป้าหมายหรือ 3 Ad Set โดยที่เราลงโฆษณาต่อวัน 300 บาท/วัน ต่อ 1 Ad Set สิ่งที่เกิดขึ้นคืองบโฆษณาจะกระจายเท่าๆกันในทุก Ad Set

ยกตัวอย่าง B : Campaign ที่ใช้

CBO : Campaign Budget Optimization

ในกรณีนี้เราลงงบโฆษณาที่ Campaign 900 บาท/วัน และสมมุติว่ากลุ่มเป้าหมาย Ad Set 2 ทำงานได้ดีที่สุด การทำงานของ CBO ก็คือ Facebook จะเข้าไปเพิ่มงบประมาณต่อวันไปยัง Ad Set ที่ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่าโดยอัตโนมัติ ในกรณีนี้ Facebook ได้เพิ่มงบประมาณกลุ่มเป้าหมาย Ad Set 2 เป็น 600 บาท และได้ลดงบประมาณที่ Ad Set 3 ให้เหลือเพียง 100 บาท เนื่องจากกลุ่มเป้าหมาย Ad Set 3 มีประสิทธิภาพการทำงานต่ำที่สุด

เปรียบเทียบผลลัพธ์

ทั้ง 2 รูปแบบ Campaign

จะเห็นว่าเพียงแค่เราปรับ Campaign ไปใช้แบบ CBO Facebook จะสามารถช่วยเรา Optimise หรือปรับงบประมาณไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ทำงานได้ดีที่สุดได้ ในกรณีนี้ Campaign ที่ใช้งาน CBO ทำงานได้ดีกว่าถึง 5 Conversions

วิธีการเปิดใช้งาน

CBO : Campaign Budget Optimization 

วิธีการเปิดใช้งาน CBO : Campaign Budget Optimization เราสามารถติ๊กเปิดในหน้า Campaign แล้วใส่งบประมาณของแคมเปญลงไปในหน้านี้ และสร้างหลาย Ad Set ลงไปในแคมเปญนี้ เพียงแค่นี้เราก็สามารถใช้ DBO ได้แล้วครับ