คุณเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เหมือนกันหรือเปล่า ?  “ ลงทุนโฆษณาบนเฟสบุ๊คเท่าเดิมทุกเดือน ในกลุ่มลูกค้าเดิม แต่ทำไมยอดขายเราถึงลดลงทุก เดือนเลย ?” ถ้าคุณเป็นคนนึงที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ คุณควรต้องรู้จัก ความถี่ หรือ FREQUENCY แล้ว หล่ะครับ 


ความถี่ FREQUENCY คือ จำนวนครั้งโดยเฉลี่ยที่โฆษณาของคุณแสดงต่อบุคคลแต่ละคน สูตรคำนวณ FREQUENCY = IMPRESSIONS / REACH

ผมขออธิบายให้เห็นภาพมากขึ้นจากตัวอย่างนะครับ IMPRESSION (จำนวนครั้งที่เห็น) = 16,190 ครั้ง REACH (จำนวนเครื่องที่เห็น) = 12,586 คน นำ 16,190 / 12,586 จะได้ ความถี่ = 1.29 


อธิบายง่ายๆ ความถี่ก็คือ  “จากจำนวนครั้งที่โฆษณาไปขึ้นทั้งหมด 16,190 ครั้ง จะมีคนเห็นโฆษณานี้เฉลี่ยแล้ว 1.29 ครั้ง” *

 

สมมุติว่า ถ้าความถี่เท่ากับ 2 ก็จะหมายถึง  “ จากจำนวนครั้งที่โฆษณาไปขึ้นทั้งหมด จะมีคนเห็นโฆษณานี้เฉลี่ยแล้ว 2 ครั้ง” แต่ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนจะเห็นโฆษณาทั้งหมดคนละ 2 ครั้งนะครับ จะมีบางคนที่เห็น โฆษณาไป 1 ครั้ง บางคนเห็น 2 บางคนเห็น ครั้ง 3 ขึ้นไป เพราะว่่าโฆษณาเฟสบุ๊คเกิดแบบสุ่มในกรอบของชุดโฆษณา INTEREST ครับ ค่าความถี่ อธิบายจะผลลัพท์จากสิ่งที่เกิดไปแล้วครับ

จากผลสำรวจ 500 แคมเปญ เพื่อหาความสัมพันธ์กับ CTR และ CPC ผลลัพท์ออกมาดังนี้ ครับ 

จะเห็นได้ว่า ยิ่งความถี่สูงขึ้นจะทำให้ CTR ลดลงเรื่อยๆ (เนื่องจากคนเห็นโพสต์ซ้ำ) และ CPC เพิ่มขึ้น (เนื่องจากลูกค้าให้ความสนใจลดลงจากโพสต์เดิม) 


วิธีการที่เราจะรับมือกับความถี่ FREQUENCY ผมขอแนะนำวิธีการรับมือ 3 วิธีดังนี้ครับ

1. ลองเปลี่ยนรูปแบบโพสใหม่ๆให้ดูน่าสนใจ แล้วทำโฆษณาในกลุ่มเดิมครับ

2. ลองขยับไปใช่กลุ่มโฆษณาที่ใหญ่ขึ้น (OBJECTIVE ระยะกลาง)

3. ลองใช้ LOOKALIKE AUDIENCE 


เพียงลองปรับใช้เท่านี้ เราก็สามารถรับมือกับความถี่ FREQUENCY ภัยร้านที่ซ่อนอยู่ได้แล้ว ครับ 


ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก ADESPRESSO ครับ 


https://adespresso.com/academy/blog/facebook-ads-frequency/ 


ในบทความต่อไปผมจะอธิบายเทคนิคอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับใช้รับมือกับความถี่

ด้วยการใช้ LOOKALIKE AUDIENCE พร้อมวิธีการสร้างครับ

สามารถอ่านบทความต่อไป

ได้ที่ www.facebookinterest.com/blog10