เพิ่ม CTR เพิ่มยอดขายเพจออนไลน์

หากคุณไม่รูัจัก “โครงสร้าง FACEBOOK ADS” คุณจะไม่มีทางสร้างโฆษณาบนเฟสบุ๊คให้มีประสิทธิภาพสูงสุดได้ เนื่องจากคุณไม่สามารถเปรียบเทียบว่า กลุ่มลูกค้า INTEREST กลุ่มไหนสร้างยอดขายได้มากกว่ากัน หรือ โพสต์ไหนกันแน่ที่ลูกค้าให้ความสนใจมากกว่ากัน


จุดมุ่งหมายของการศึกษาและเข้าใจโครงสร้างของโฆษณา FACEBOOK คือ “ต้องการหากลุ่มลูกค้า INTEREST ที่ใช่ที่สุด และโพสที่ลูกค้าให้ความสนใจที่สุด จากการเปรียบเทียบคร่าวๆ จากค่า CTR”

เมื่อเปรียบเทียบเสร็จแล้ว เราได้กลุ่มเป้าหมายที่ใช่ที่สุด และโพสต์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณ (ตามภาพ)


โครงสร้างโฆษณาเฟสบุ๊คแบ่งออกเป็น 3 ส่วน
1. CAMPAIGN: แคมเปญคือ วัตถุประสงค์การทำโฆษณา ว่าต้องการโฆษณาในรูปแบบไหน เราจำเป็นต้องเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การทำโฆษณาของเรา
2. AD SET: ชุดโฆษณา = กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการให้โฆษณานั้นไปถึง (INTEREST)
3. POST: โพสต์ = รูปแบบและดีไซน์ ตัวโฆษณาของเรา

 

ค่าที่สำคัญที่สุดที่เราใช้เพื่อเช็ค ว่าชุดโฆษณาไหน และโฆษณาชิ้นไหนมีประสิทธิภาพสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่ากัน เราสามารถเปรียบเทียบคร่าวๆจากค่า CTR ได้ครับ


CTR คือ CLICK-THROUGH-RATE หรือ “อัตราการคลิกผ่าน“ เป็นค่าที่ใช้เพื่อบอกว่าชุดโฆษณา หรือ โฆษณาชิ้นไหนดีกว่ากัน?


สูตรคำนวณ CTR(%) = CLICK / IMPRESSION x 100
CLICK = จำนวนการคลิกโฆษณา
IMPRESSION = การแสดงโฆษณาทั้งหมด
ใช้สำหรับเปรียบเทียบความน่าสนใจของโฆษณา FACEBOOK ที่ปรากฏขึ้นต่อกลุ่มเป้าหมาย

 

สมมุติว่าค่า CTR = 20% เราสามารถแปลความหมายให้เข้าใจง่ายๆได้อย่างนี้ครับ
“ในจำนวนคน 100 คน มีคนที่สนใจและคลิ๊กเข้ามาดูโฆษณาของเราเป็นจำนวน 20 คน
เท่ากับอัตราส่วน 1 ใน 5 นั่นเอง”

 

* ค่า CTR ไม่สามารถใช้เพื่อการันตียอดขายได้ แต่สามารถเปรียบเทียบคร่าวๆว่าสิ่งที่เราทำโฆษณาไปนั้น สิ่งไหนดีกว่ากัน “ชุดโฆษณา และโพสต์ มีค่า CTR มากกว่า จะมีแนวโน้มที่ขายได้มากกว่านั่นเอง “


นักการตลาดออนไลน์ส่วนใหญ่ สามารถสร้างโฆษณาบนเฟสบุ๊คได้ แต่ไม่สามารถเปรียบเทียบชุดโฆษณา AD SET และ โพสต์ POST ได้ จึงทำให้ไม่แน่ใจว่า “ตอนนี้เราทำโฆษณาได้ตรงกลุ่มที่สุดแล้วหรือยัง ?” เพราะว่าเราไม่มีตัวเปรียบเทียบประสิทธิภาพโฆษณานั่นเอง